คนดูวัวชนส่วนใหญ่เห็นแค่เงินเดิมพันในใบโปรแกรม แต่ เศรษฐกิจวัวชนภาคใต้ กว้างกว่านั้นมาก มติชนออนไลน์และคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ระบุตรงกันว่าวงการนี้มีเงินหมุนเวียนราว 5,000 ล้านบาทต่อปี ทีม วัวชนกูรู จึงไล่ดูว่าเงินก้อนนี้ไหลผ่านมือใครบ้าง ตั้งแต่คนปลูกหญ้า คนให้เช่าคอก ร้านค้าหน้าสนาม ไปจนถึงเงินในใบโปรแกรมของวันชนจริง
เราเลือกใช้เฉพาะตัวเลขที่มีอย่างน้อย 2 แหล่งพูดตรงกัน ได้แก่ ข่าวจากมติชน กรุงเทพธุรกิจ และ The Star ของมาเลเซีย หน้าเว็บคณะสัตวแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ งานวิจัยใน ThaiJO 2 ชิ้น และใบโปรแกรมสนามกีฬาชนโคตะโหมดกับท่าศาลา วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่ wuachon.co และ bullfighting.bet ลงไว้ตรงกัน
เศรษฐกิจวัวชนภาคใต้มีเงินหมุนเวียนราว 5,000 ล้านบาทต่อปี ตามที่มติชน (2561) และ ม.วลัยลักษณ์ (2562) ระบุไว้ตรงกัน ทั่วประเทศมีสนามชนโคราว 28 แห่ง สงขลามากที่สุด 12 แห่ง เงินไม่ได้อยู่แค่ในใบโปรแกรม แต่กระจายไปที่หญ้าสด อาหารเสริม คอกพักก่อนชน และร้านค้ารอบสนาม
ตัวเลข 5,000 ล้านบาทต่อปี มาจากใคร และเก่าแค่ไหน
ตัวเลขนี้อยู่ในรายงานของมติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2561 ซึ่งอ้างคำประเมินของนายพงศธร สุวรรณสุทธิ์ หรือเด่น ปากพนัง ผู้คร่ำหวอดวงการวัวชนภาคใต้ ว่าเงินที่สะพัดจากทุกกิจกรรมของวงการรวมกันมากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี
อีกปีต่อมา วันที่ 28 ตุลาคม 2562 หน้าเว็บคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ก็ระบุว่าวัวชนเป็นธุรกิจใหญ่ของภาคใต้ มีเงินหมุนเวียนราว 5,000 ล้านบาทต่อปีเช่นกัน ข้อความนั้นอยู่ในข่าวที่ทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเลือดจากวัวชน
จุดที่ต้องรู้คือทั้งสองตัวเลขเป็นการประเมินของคนในวงการและนักวิชาการ ไม่ใช่สถิติที่นับจากบัญชีจริง และผ่านมาแล้ว 7–8 ปี จึงเหมาะใช้ดูขนาดของวงการ มากกว่าใช้เป็นยอดเงินที่แน่นอนของปี 2569
ตัวเลขเศรษฐกิจวัวชนที่ตรงกันอย่างน้อย 2 แหล่ง
ทีม วัวชนกูรู รวมตารางนี้เองจากข่าว 3 สำนัก หน้าเว็บมหาวิทยาลัย 1 แห่ง และใบโปรแกรม 2 เว็บ โดยเก็บไว้เฉพาะตัวเลขที่มีอย่างน้อย 2 แหล่งพูดตรงกัน ตัวเลขที่มีแหล่งเดียวตัดออกทั้งหมด
ถ้าเอา 5,000 ล้านบาทหารด้วย 365 วัน จะได้ราว 13.7 ล้านบาทต่อวัน และถ้าหารด้วย 28 สนาม จะได้ราว 178.6 ล้านบาทต่อสนามต่อปี ทีมงานหารแบบหยาบเพื่อให้เห็นขนาดของวงการเท่านั้น เพราะเงินแต่ละสนามไม่เท่ากัน และตัวเลขต้นทางเก็บต่างปีกัน
เงินจากคอกวัวชนไหลไปถึงใคร หญ้าสด คอกพัก และอาหารเสริม
วัวชนที่เตรียมลงสนามต้องกินหญ้าสด เสริมวิตามิน และนอนในคอกที่กางมุ้ง ทั้งกรุงเทพธุรกิจ The Star และมติชนเล่าตรงกัน ส่วนตารางซ้อมแบบละเอียดมีสรุปไว้แล้วที่ เลี้ยงและซ้อมวัวชน อาหาร ตารางฝึก และการเตรียมก่อนลงสนาม ทุกขั้นนี้คือค่าใช้จ่ายของเจ้าของวัว และเป็นรายได้ของคนอีกหลายกลุ่ม
กลุ่มแรกคือคนปลูกหญ้า มติชนระบุว่าอาหารหลักของวัวชนคือหญ้าพันธุ์พื้นเมือง ส่วนงานวิจัยของคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ปี 2567 ก็พบการปลูกหญ้าขายให้เจ้าของวัวชนในชุมชนที่ศึกษาเช่นกัน กลุ่มที่สองคือคนให้เช่าคอกพักวัวก่อนวันชน ซึ่งมติชนเรียกว่า “ธุรกิจรีสอร์ตวัวชน” และงานวิจัยเดียวกันพบการให้เช่าคอกแก่เจ้าของที่พาวัวมาเตรียมตัวก่อนลงสนาม
กลุ่มที่สามคือร้านค้ารอบสนาม งานวิจัยของ ม.นเรศวร พบร้านค้าที่ขายของให้คนมาดูทั้งก่อนวันชนและในวันชน ขณะที่มติชนเล่าว่าสนามยุคใหม่มีอาหารและเครื่องดื่มให้บริการ กลุ่มสุดท้ายคือผู้ขายอาหารเสริมและสมุนไพร ซึ่งมติชนจัดเป็นอีกธุรกิจที่โตตามวงการ และกรุงเทพธุรกิจก็เล่าว่าผู้เลี้ยงต้องป้อนอาหารเสริมให้วัวหลังอาบน้ำ
วันชนหนึ่งวันมีเงินในใบเท่าไร เทียบตะโหมดกับท่าศาลา
เพื่อให้เห็นว่าเงินเดิมพันในใบเป็นสัดส่วนแค่ไหน ทีมงานใช้ใบวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่ wuachon.co และ bullfighting.bet ลงคู่วัวและเงินตรงกันทุกคู่ ใบสนามกีฬาชนโคตะโหมดมี 12 คู่ รวม 3,940,000 บาท ส่วนใบสนามกีฬาชนโคท่าศาลามี 8 คู่ รวม 1,900,000 บาท สองสนามรวมกัน 20 คู่ 5,840,000 บาท เฉลี่ยคู่ละ 292,000 บาท
คู่ใหญ่สุดของวันนั้นอยู่ที่ตะโหมด คือ ลังสาดไซมินิ (ไอ้จิ๋ว) พบ โหนดแซมขุนศึกน้อย (ลูกพริก) ชิง 1,020,000 บาท คู่เดียวคิดเป็นราว 25.9% ของทั้งใบตะโหมด ส่วนท่าศาลามีคู่ใหญ่สุดสองคู่ที่ชิงเท่ากันคู่ละ 420,000 บาท ใครอยากย้อนดูรายชื่อครบทุกคู่ เปิด ข่าววัวชนวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 ตะโหมด 12 คู่ ท่าศาลา 8 คู่ ได้เลย
ถ้าเทียบกับค่าเฉลี่ยรายวันที่ทีมหารไว้ราว 13.7 ล้านบาท เงินในสองใบนี้คิดเป็นราว 42.6% เท่านั้น ตัวเลขนี้เป็นการเทียบแบบหยาบข้ามปี แต่ก็พอบอกได้ว่าเงินในวงการวัวชนไม่ได้กองอยู่ที่ใบโปรแกรมอย่างเดียว ส่วนที่เหลือกระจายไปกับค่าหญ้า อาหารเสริม คอกพัก และค่าใช้จ่ายรอบสนามอย่างที่มติชนไล่ไว้
วัวชนกับชุมชนในงานวิจัยตรังและเพชรบูรณ์
งานวิจัยของทีมจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ตีพิมพ์เดือนตุลาคม 2567 ศึกษาผู้เลี้ยงวัวชนที่ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองตรัง พบว่าการเลี้ยงวัวชนช่วยเพิ่มรายได้ของครอบครัว และสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในชุมชน ตรงกับที่กรุงเทพธุรกิจรายงานว่าคนปลูกหญ้าและพืชป้อนวัวชนบางรายมีรายได้ดีกว่าทำเกษตรทั่วไป
งานวิจัยของ ม.นเรศวร ที่ตีพิมพ์ในวารสารของมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เดือนมิถุนายน 2567 ไปไกลกว่านั้น เพราะศึกษาชุมชนผู้เลี้ยงวัวชนที่ภูทับเบิก ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งรับวัฒนธรรมวัวชนมาจากภาคใต้ งานชิ้นนี้พบว่าเครือข่ายกลุ่มหรือชมรมผู้เลี้ยงจะติดต่อกันถี่เป็นพิเศษช่วงมีการแข่งขันและงานเทศกาล
ทั้งสองงานชี้ไปทางเดียวกันว่าคนที่ได้ประโยชน์จากวันชนไม่ได้มีแค่เจ้าของวัวที่ชนะ แต่รวมถึงคนในหมู่บ้านที่ปลูกหญ้า ให้เช่าคอก และขายของ วันชนแต่ละนัดจึงมีผลกับรายได้ของคนรอบสนามด้วย
ใช้ข้อมูลฝั่งคอกวัวช่วยอ่านเกมและอ่านราคา
ข้อมูลเศรษฐกิจข้างบนใช้อ่านเกมได้จริง ข้อแรก วัวที่มาพักคอกใกล้สนามก่อนวันชนได้ปรับตัวกับพื้นที่มาก่อน ตามที่ทั้งมติชนและงานวิจัย ม.นเรศวร เล่าถึงการพาวัวมาเตรียมตัวก่อนลงสนาม เวลาเช็กข่าวก่อนวันชน ให้ดูว่าวัวฝั่งไหนเข้าคอกพักก่อน และมีคนในวงการพูดถึงสภาพวัวหลังเข้าพักอย่างไร
ข้อที่สอง เงินในใบบอกว่าเจ้าของวัวลงทุนกับคู่นั้นหนักแค่ไหน คู่ไอ้จิ๋ว พบ ลูกพริก ที่ตะโหมดชิงสูงกว่าคู่ถัดมาในใบที่ 620,000 บาทอยู่ 400,000 บาท คู่ที่เงินในใบห่างคู่อื่นขนาดนี้คือคู่ที่คนดูทั้งสนามจับตา ก่อนจะตามราคาคู่แบบนี้จึงควรรู้ก่อนว่าตัวเลขบนกระดานแปลว่าอะไร ดูวิธีอ่านได้ที่ ราคาต่อรองวัวชน อ่านยังไง 10-8 คือเท่าไหร่
ตัวอย่างสมมติ ถ้าคู่หนึ่งเปิดราคา 10-8 แล้วเลือกฝั่งต่อ วาง 1,000 บาท ถ้าชนะจะได้ 800 บาท ถ้าเลือกฝั่งรอง วาง 800 บาท ถ้าชนะจะได้ 1,000 บาท ตัวเลขนี้ไม่ใช่ราคาจริงของคู่ใดในใบ 22 ตุลาคม 2569 แต่ช่วยให้เห็นว่าฝั่งต่อต้องวางมากกว่าเงินที่จะได้ ส่วนฝั่งรองวางน้อยกว่าเงินที่จะได้
คำถามที่พบบ่อย
วัวชนช่วยอนุรักษ์วัวพื้นเมืองจริงไหม?
กรุงเทพธุรกิจรายงานว่าคนในวงการมองการเลี้ยงวัวชนเป็นการอนุรักษ์วัวพันธุ์พื้นเมือง และงานวิจัยที่บ้านโพธิ์ จ.ตรัง ก็จัดการอนุรักษ์สายพันธุ์วัวชนเป็นหนึ่งในผลต่อชุมชน
ทำไมวัวชนต้องนอนในมุ้ง?
กรุงเทพธุรกิจอธิบายว่าคอกกางมุ้งช่วยกันยุงและสัตว์มีพิษ ทั้ง The Star และมติชนก็พูดถึงการกางมุ้งให้วัวนอนเป็นส่วนหนึ่งของการเลี้ยงวัวชนเหมือนกัน
นักท่องเที่ยวต่างชาติไปดูวัวชนกันเยอะไหม?
ทั้งมติชนและกรุงเทพธุรกิจรายงานว่าสนามชนโคภาคใต้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาดูมากขึ้น และหลายสนามปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับคนดูกลุ่มนี้
ตัวเลข 5,000 ล้านบาทยังใช้ได้ในปี 2569 ไหม?
ใช้ดูขนาดของวงการได้ แต่ควรรู้ว่าเป็นตัวเลขประเมินจากปี 2561 และ 2562 ทีมงานยังไม่พบตัวเลขใหม่ที่มีอย่างน้อย 2 แหล่งยืนยันตรงกัน
สัตวแพทย์เกี่ยวข้องกับวงการวัวชนอย่างไร?
งานวิจัยที่ตรังสัมภาษณ์ผู้ดูแลวัวที่เป็นสัตวแพทย์ร่วมกับเจ้าของวัว ส่วนคณะสัตวแพทยศาสตร์ ม.วลัยลักษณ์ ก็ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างเลือดวัวชนเพื่อใช้ตั้งค่าเครื่องตรวจเลือด ก่อนเตรียมเปิดรับเคสวัวชน ซึ่งรวมถึงการตรวจสุขภาพ
สรุปเศรษฐกิจวัวชนภาคใต้ก่อนเปิดใบโปรแกรมถัดไป
เศรษฐกิจวัวชนภาคใต้มีเงินหมุนเวียนราว 5,000 ล้านบาทต่อปีตามตัวเลขที่มติชนและ ม.วลัยลักษณ์ระบุไว้ มีสนามราว 28 แห่ง สงขลามากที่สุด 12 แห่ง และเงินในใบโปรแกรมเป็นเพียงส่วนหนึ่ง อย่างใบตะโหมดกับท่าศาลาวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 รวมกัน 5,840,000 บาท ส่วนที่เหลือกระจายไปถึงคนปลูกหญ้า คนให้เช่าคอก และร้านค้ารอบสนาม ทั้งนี้ จำนวนคู่ เงินเดิมพัน และวันชนของแต่ละสนามอาจเปลี่ยนได้ ควรเช็กประกาศของสนามหรือผู้จัดอีกครั้งก่อนวันชน
ถ้าอยากดูวัวชนให้ลึกกว่าตัวเลขในใบ แวะมาอ่านข้อมูลกับ วัวชนกูรู ได้ทุกวันชน ทีมงานจะรวบรวมใบโปรแกรมและเทียบข้อมูลข้ามแหล่งไว้ให้ ใครอยากร่วมลุ้นก็เลือกคู่ที่ตัวเองอ่านเกมออก แล้วเล่นในวงเงินที่วางไว้
เรียบเรียงโดย ทีมคอนเทนต์ วัวชนกูรู · ตรวจสอบข้อมูลโดย ทีมตรวจสอบข้อมูล วัวชนกูรู · แหล่งข้อมูลหลัก: มติชนออนไลน์, กรุงเทพธุรกิจ, คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
- ประวัติวัวชนภาคใต้ จากลานบ้านหัวไร่ปลายนาสู่สนามกีฬาชนโค ตำราเก่าบอกอะไรที่ยังใช้อ่านเกมได้วันนี้
- วัวชนเงินล้าน เงินเดิมพันมาจากไหน ขยับอย่างไร และใครอยู่เบื้องหลัง
- วัวชนเดิมพันสูงสุด ย้อน 4 คู่หลักสิบล้าน จากคู่ 24 ล้านที่รัตภูมิ ถึงสองคู่ 10 ล้านที่นาบินหลา
- ข่าววัวชนล่าสุด สนามกีฬาชนโคโกตี๋ ยุคใหม่ วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 ครบ 11 คู่ คู่ใหญ่สุดชิง 900,000 บาท